วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รวมบล็อก 6/3

วีดีโอ สาวะถีพิทยาสรรพ์  http://www.youtube.com/watch?v=JSZHYKZlzcY
1. นายปิยราช  คำมณีจันทร์
    http://dooy2554.blogspot.com/
     http://yood2553.blogspot.com/
2. นายอาทิตย์  โคตรหนองปิง
    http://rsz2554.blogspot.com/
3. นายสถาพร  แสนบุตร
     http://staporn5971.blogspot.com/
4. นายอมรเทพ  อ่ำนาเพียง
     http://nono1669.blogspot.com/
5. นายสุเมธ  มาโสภา
     http://plam1150.blogspot.com/
     http://plam2499.blogspot.com/
6. นายอนุชา  มิ่งเจริญ
     http://sawatheeben1.blogspot.com/
7. นายโกเมนท์  เคนโคก
    http://grung588.blogspot.com/
8. นายบัญชา  อักษร
    http://buncsa123.blogspot.com/
9. นายธีระวัฒน์  นุบาล
    http://nahng55555.blogspot.com/
10.นายจาตุรนต์  หงษสุวรรณ
    http://sa082741.blogspot.com/
11.นายธีระพงษ์  จะกุลี
    http://ta5555.blogspot.com/
12. นายสราวุธ มู้หอชัย
    http://sarawood54.blogspot.com/
13.นายอดิพงษ์  วันจะตะ
   http://aloso111.blogspot.com/
14.นายวีระชน โพธิ์ศรี
   http://loso20011.blogspot.com/
15 นายนรากร คำมณีจันทร์
  http://sam64126.blogspot.com/
16 นายภูวดล จันทร์สงกา
  http://bnmpvc.blogspot.com/
17. นายไพฑูรย์ คำภา
 http://789123546.blogspot.com/

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Motto



A  good name is better than riches.
ชื่อเสียงที่ดี ดีกว่าเงินทอง

A good laugh is the sunshine in the house.
การหัวเราะที่ดีเป็นเหมือนอย่างแสงอาทิตย์ ที่ส่องเข้ามาในบ้าน

A good seaman is known in bad weather.
ลูกเรือที่ดีจะทราบได้ เมื่อทะเลเกิดมรสุม

A determined effort breaks every fetter.
ความพยายามอย่างเด็ดเดี่ยว ทำให้โซ่ทุกๆ เส้นขาด

A friend in need is a friend indeed.
เพื่อนในยามทุกข์ คือ เพื่อนที่แท้

A man without aim is like a ship without a rudder.
คนที่ปราศจากความมุ่งหมาย เปรียบเหมือนกับเรือที่ปราศจากหางเสือ


A rolling stone gathers no moss.
ก้อนหินที่กลิ้งไปกลิ้งมาไม่มีตะไคร่น้ำจับ


An  early bird catches the worms.
นกที่ออกหากินแต่เช้า จับตัวหนอนได้


Action speaks louder than words.
การกระทำมีเสียงดังกว่าคำพูด

A good tree will bear good fruits.
ต้นไม้ที่ดี จะออกผลที่ดี

An hour before midnight is better two after it.
1 ช.ม.ก่อนเที่ยงคืนดีกว่า 2 ช.ม. หลังเที่ยงคืน

All things come by practice.
สิ่งทั้งหมดมาจากการฝึกหัด

Be brave like a lion and gentle like a lamb.
จงกล้าหาญเหมือนสิงห์โต และสุภาพเหมือนลูกแกะ

Be cheerful like a lark and diligent like a bee.
จงร่าเริงเหมือนนกกระจาบฝน และขยันเหมือนตัวผึ้ง

Fame and riches cannot help you when you are going to die, but your good deeds will help you to die happily.
ชื่อเสียงและความร่ำรวยช่วยท่านไม่ได้ เมื่อท่านกำลังที่จะสิ้นใจ แต่กิจกรรมที่ดีของท่านจะช่วยให้ท่านสิ้นใจอย่างมีความสุข


Fine clothes do not make a gentleman.
อาภรณ์อันสวยงาม ไม่ทำให้คนเป็นสุภาพบุรุษ

Look before you will leap.
จงดูก่อนที่ท่านจะกระโดด

Keep honour bright and all is right.
จงรักษาเกียรติยศของท่านให้แจ่มใสและสิ่งทั้งหมดจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
Knowledge is a treasure of great price.
วิชาความรู้ เป็นทรัพย์สมบัติอันล้ำค่า

Good parents are ready to spend money on the education of their children.
บิดามารดาที่ดี พร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อการศึกษาของบุตรหลานของเขา

Joy and sorrow are as near as to-day and to-morrow.
ความสุขและความทุกข์ อยู่ใกล้กัน เหมือนอย่างวันนี้และพรุ่งนี้


The more one has, the more one wants.
มนุษย์เรายิ่งมีมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องการมากขึ้นเท่านั้น

Laziness is the mother of all vices.
ความเกียจคร้านเป็นมารดาแห่งความชั่วทั้งมวล

Success comes only from hard work.
ความสำเร็จมาจากการทำงานอย่างหนักแต่เพียงอย่างเดียว

Where there is a will, there is a way.
มีความตั้งใจที่ไหน ย่อมมีช่องทางที่นั่น

We can make no progress in virtue but by vanquishing ourselves.
เราจะทำการก้าวหน้าในคุณงามความดีไม่ได้ นอกจากว่าเราจะเสียสละตัวของเราเอง

Those who live fast die young.
คนที่ใช้ชีวิตอย่างสำมะเรเทเมา อายุสั้น


There is nothing on earth so pure as sea air.
ไม่มีอะไรบนพื้นพิภาพบริสุทธิ์ เมหือนอย่างอากาศชายทะเล

If you don't aim high, you shall never hit high.
ถ้าท่านไม่มุ่งสูง ท่านจะไม่ได้สิ่งที่สูง

The man who works knows real value of money.
คนผู้ซึ่งทำงานเท่านั้น ที่รู้จักคุณค่าของเงินอย่างแท้จริง
Protection is better than cure.
การป้องกัน ดีกว่าการแก้

Patience is bitter but sweet fruits.
ความอดทนเป็นยาที่ขม แต่จะกลายเป็นผลไม้ที่หวานในที่สุด

Time brings wisdom.
เวลา นำความฉลาด


True happiness consists in the life of sanctity.
ความสุขที่แท้จริง ขึ้นอยู่กับการจำเริญชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์

Man is born to work and bird to fly.
มนุษย์เกิดมาเพื่อทำงาน และนกเพื่อบิน

The love of money is the root of all evils.
ความหลงใหลในเรื่องเงินทอง เป็นรากเง่าของความชั่วทั้งมวล
                                                         ............... Many thank : http://www.siamsporttalk.com

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ภาษาอังกฤษ ไม่ยากถ้ามีความตั้งใจ

        ภาษาอังกฤษ ไม่ยาก..ถ้ามีความตั้งใจ
                .........ได้อ่านบทความของ คุณสิริวรรณ จันทรจุลกะ น่าสนใจมาก จึงนำมาฝาก

                                   หลักการเขียนภาษาอังกฤษด้วยวิธีง่าย ๆ
ขั้นที่ 1 เตรียมการ
1.1. ตีโจทย์ให้แตกก่อน – รู้ว่าให้ทำอะไร หรือจะนำเสนออะไร
1.2. Discuss/Consider, Analyse, Assess/Evaluate, Summarise/Outline, Demonstrate/Illustrate, Explain, Argue, Comment, Identify, Examine, Describe, Define, Compare, Contrast
1.3. กำหนดวัตถุประสงค์ในการนำเสนอให้ชัดเจน
1.4. กำหนดโครงร่างการนำเสนอ
ขั้นที่ 2 เริ่มเขียน
– เริ่มเขียนตามเค้าโครงร่างที่วางไว้
– เขียนให้ตรงประเด็น (Keeping to the point)
– ไม่ต้องเรียงลำดับของเรื่อง พร้อมตรงไหนเขียนตรงนั้น
– ไม่ต้องคำนึงถึงหลักของการไม่ควรใช้คำซ้ำ
– Paragraph หนึ่ง ๆ มี 1 Main idea หากเปลี่ยน Main idea ให้เริ่ม Paragraph ใหม่
– เขียนบทนำ และบทสรุป ทีหลังบทอื่น
ขั้นที่ 3 ทบทวน ทิ้งเวลาไว้ระยะหนึ่งแล้วกลับมาทบทวนใหม่ในเรื่องเหล่านี้
– ความชัดเจน
– ตรงไปตรงมา
– ปรับวิธีเขียนให้คม ชัดเจน ไม่นำเสนอซ้ำ หรือใช้คำเยิ่นเย้อ
– นำเสนอด้วยภาษาเขียน/ภาษาที่เป็นทางการ
– เน้น/ให้ความสำคัญกับ Main Point
– ปรับขนาดความยาวของ Sentence และ Paragraph
– ไม่ใช้คำที่แสดงถึงเพศ He/She – We/They , People, Human
ขั้นที่ 4 Editing
– ตรวจสอบทั้งหมดอีกครั้ง
– ดูทีละ Section การเชื่อมต่อระหว่าง Section smooth
– ดูแต่ละ Paragraph การเรียงลำดับประโยคถูกต้อง ประโยคเชื่อมต่อ smooth
– ดูแต่ละประโยค ไม่ใช้คำเดียวกันซ้ำ ๆหลายที่ การสะกด ไวยากรณ์ถูกต้อง ความหมายชัดเจน

                                        แนวทางการพัฒนาด้านการพูดภาษาอังกฤษ
– ไม่อายที่จะพูด
– พยายามอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษ จะทำให้พูดได้เร็วโดยไม่ต้องแปลก่อน
– ต้องเข้าใจโครงสร้างประโยคก่อน อย่าแปลไทยเป็นอังกฤษ
– โครงสร้างประโยค ไม่ต่างกัน ประธาน กิริยา กรรม
– การขยายคำสลับกัน เช่น สีแดง (Red Color) ชุดตรวจวัด (Test Kits) โทรศัพท์ใช้บัตร (Card Phone) บัตรโทรศัพท์ (Phone Card)
– ศัพท์ที่ใช้ – ใช้เป็นศัพท์เฉพาะหรือเป็นคำอธิบายก่อนก็ได้

                                       แนวทางการพัฒนาด้านการฟังภาษาอังกฤษ

– พยายามอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษ จะทำให้ฟังได้เร็วขึ้น
– หัดฟังวิทยุ/ดูหนังที่เป็น Sound Track
– ฟังข่าวภาคภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะข่าวภาษาไทยที่เรารู้เรื่อง

          แนวทางการพัฒนาด้านการอ่านภาษาอังกฤษ

– Speed Reading อ่านไปก่อน อ่านให้เร็ว ช่วยให้หาข้อมูลประกอบการทำงานได้เร็วขึ้น
– อ่านเพื่อจับใจความโดยรวมแล้วจึงอ่านแบบละเอียด
– พัฒนาเรื่องศัพท์มาก ๆ – อ่านหนังสือพิมพ์
– อ่านตำรา – ศัพท์ยากช่วงแรก พอเข้าใจจะรู้ว่าจะใช้ศัพท์ซ้ำ ๆ
ข้อแนะนำอื่นๆ
– ใช้ดิกชันนารีแบบ Colinns Cobuild บอกความหมายและวิธีใช้คำประเภทต่าง ๆ
– ใช้ Thesaurus Dictionary หาศัพท์ที่ความหมายซ้ำกันได้
– การพัฒนาด้านภาษาให้เทียบกับตัวเอง จะได้มีกำลังใจ

 และนี่คือ เว็บไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอ่าน-เขียน
     .....ฝากพี่น้องชาวสาวะถีพิทย์ และผู้สนใจ
1. http://alisaacademicwriting.in.th/unit3/U3_3/01.html
2. http://en.gravatar.com/krooso  (เว็บครูโส...)
3. บล็อคเรียนภาษาจากหนังดัง.. ครูสวัสดิ์ จันทร์ไตรรัตน์
       http://thaimovie-newrelease.blogspot.com
4.  เรียนภาษา กับครูสวัสดิ์ จันทร์ไตรรัตน์     
     http://entrance2012.blogspot.com 
5. ฝึกฟัง -อ่าน http://thai.langhub.com/
.............คำศัพท์ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ University....................................................
1. Campus     พื้นที่มหาวิทยาลัย
2. Professor     อาจารย์
3. Dormitory     หอพัก
4. Club     สโมสร
5. Graduation     การสำเร็จการศึกษา
6. School     โรงเรียน
7. Undergraduate student     นักศึกษาปริญญาตรี
8. Graduate student     นักศึกษาปริญญาโท
9. Dean     คณะบดี
10. Enrollment     การลงทะเบียนเรียน
11. Graduation ceremony     พิธีสำเร็จการศึกษา
12. Course     หลักสูตร
13. Lecture     การบรรยาย
14. Roommate     เพื่อนร่วมห้อง

15. Tuition     ค่าเล่าเรียน
16. Application     การสมัคร
17. Dissertation     ดุษฏีนิพนธ์
18. Final Exam     สอบปลายภาค
19. Teacher's assistant     ผู้ช่วยอาจารย์

.......ที่มา.........(ขอขอบคุณ)....
http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=4097&mul_source_id=007797

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

สำนวนอังกฤษกินใจ

                                                          สำนวนอังกฤษกินใจ
                                 ขอขอบคุณ http://www.oknation.net/blog/my-mint/2009/04/03/entry-3



"The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes."
ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง
"You get the best out of others when you give the best of yourself."
"คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"

"If you always do what interests you, then at least one person is pleased."
ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ
"Only two things are infinite, the universe and human stupidity,
and I'm not sure about the former."

มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ สิ่งหนึ่งคือจักรวาล และอีกสิ่งคือความโง่เขลาของมนุษย์ ทว่าฉันไม่แน่ใจว่าจักรวาลจะเป็นเช่นนั้น
"Life remains the same until the pain of remaining the same
becomes greater than the pain of change."

ชีวิตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งความเจ็บปวดจากความนิ่งเฉย จะมากกว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง
"The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi."

ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว

"The only thing in life achieved without effort is failure."
มีเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่จะสามารถพิชิตได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายคือความล้มเหลว
"Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them."

บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ

"No bird soars too high if he soars with his own wings."
ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง
"Obstacles are those frightful things you see
when you take your eyes off your goals."

อุปสรรคคือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง
"Advice is like snow; The softer it falls the longer it dwells upon,
and the deeper it sinks into, the mind."

คำแนะนำเหมือนหิมะที่โปรยปรายลงมา ยิ่งบางเบาเพียงใดก็ยิ่งแตะเพียงเปลือกนอก และยิ่งหนักหนาเท่าใดก็ยิ่งลึกถึงความรู้สึกเท่านั้น

"There is nothing either good or bad but thinking makes it so."
ไม่มีสิ่งใดๆในโลกที่ดีหรือเลว มีแต่ความคิดของเราเท่านั้นที่ทำให้เกิดความดีและความเลว
"Great minds discuss ideas; Average minds discuss events;
Small minds discuss people."

จิตใจที่ยิ่งใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน
"Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it."
ชีวิตเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่และคุณควรจะใช้สีทั้งหมดที่คุณมีสร้างสรรค์มันขึ้นมา

"Forgive your enemies, but never forget their names."
จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด

"The only man who never makes mistakes is the man who never does anything."
คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
"If you want to increase your success rate,double your failure Rate."
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว
"Even a Step back can be fatal."
แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้

"Imagination is more important than knowledge."
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี
"The reward of a good thing well done is to have it done."
รางวัลของสิ่งที่เรียกว่ายอดเยี่ยมคือการได้สร้างมันขึ้นมา
"You see things and you say, 'Why?'!But I dream things that never were;
and I say, 'Why not?"

คุณเห็นบางสิ่งบางอย่าง คุณจะพูดว่า"ทำไม" ในขณะที่ฉันได้เห็นความฝันของฉันซึ่งไม่เคยเป็นไปได้ ฉันพูดว่า "ทำไมถึงไม่มีสิ่งนั้นล่ะ"

"Do what you can, with what you have, where you are."
ทำในสิ่งที่คุณสามารถจะทำได้ พร้อมกับสิ่งที่คุณมีและที่ที่คุณอยู่

"Freedom is nothing else but a chance to do better."
อิสรภาพ ไม่ใช่อะไรอย่างอื่นเลย หากแต่คือโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น
"The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams."
อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตัวเองเท่านั้น
"God gives every bird it's food, But He does not throw it into it's nest".
พระเจ้ามอบอาหารให้แก่นกทุกตัว แต่ไม่เคยโยนอาหารให้ถึงรังของนกเหล่านั้น
"When life is giving you a hard time, try to endure and live through it.
You must never run away from a problem.
Convince yourself that you will survive and get to the other side."

เมื่อคุณเห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณเผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณสามารถทำให้คุณฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมันไปได้
"There is Nothing so Sweet as Love's Young Dreams!"

ไม่มีสิ่งใดจะหอมหวานเท่ากับความฝันในวัยเยาว์
"First say to yourself what you would be, and then do what you have to do."
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งใจกับตัวเอง และลงมือทำ
"A person who lives right, and is right, has more power in their silence
than another has by words."

บุคคลที่มีชีวิตอยู่อย่างถูกต้องและเหมาะสมแม้อยู่ในความเงียบก็มีอำนาจมากกว่าผู้อื่น
Do not judge, time will tell.
อย่าเพิ่งตัดสิน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

Today is the best day to start something new.
วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ

If you want to be successful, follow your dream.
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

This is life; it has ups and downs.
นี่แหละชีวิต มีขึ้นและมีลง

The world is drama; everything is acting.
โลกนี้คือละคร ทุกสิ่งทุกอย่างคือการแสดง

Life is journey; the more you travel, the more you learn and gain experience.
ชีวิตคือการเดินทาง ยิ่งเดินทางมาก ก็ยิ่งเรียนรู้และได้รับประสบการณ์มาก
Everyone has both strengths and weaknesses; you donot have to be perfect all the time.

คนทุกคนมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน จึงไม่ต้องทำตัวให้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา

If we believe that anyone can change, we must give them the opportunity to achieve a better life.
ถ้าเราเชื่อว่าคนทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เราต้องให้โอกาสกับทุกคนที่จะไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า

Do not waste your time worrying about the past and the future.
อย่าเสียเวลากังวลกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว และอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

No failure, no success.
ไม่ล้มเหลวก็ไม่ประสบความสำเร็จ

Things do not happen. Things are made to happen. 
สรรพสิ่งไม่ปรากฎ  เพราะว่าไม่ถูกทำให้ปรากฏ

The only source of knowledge is experience.
ความรู้  มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เท่าที่ประสบการณ์จะเกิด

Don’t build a new ship with old wood 
 “อย่าสร้างเรือใหม่ด้วยไม้เก่า”



widgets

1.4.4 Adjectives ( articles -a/an )

Adjectives ( articles -a/an )
 ขอขอบคุณข้อมูล จาก  http://ict.moph.go.th

Articles เป็นคำคุณศัพท์อย่างหนึ่ง   การเรียน Articles ต้องทำความเข้าใจควบคู่ไปกับเรื่องนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างสับสนสำหรับผู้เรียนซึ่งที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ( Non-native speakers of English ) หรือเรียนภาษาอังกฤษ เป็นภาษาต่างประเทศ ( English as a Foreign Language )  เนื่องจากเป็นเรื่องที่มักจะตัดสินใจยากว่าอะไรเป็นนามนับได้ และอะไรเป็นนามนับไม่ได้  บางครั้งคำเดียวกันสามารถเป็นได้ทั้งสองอย่าง เป็นเรื่องที่มีกฎเกณฑ์มาก และขณะเดียวกัน ก็มีข้อยกเว้นมากเช่นกัน ต้องอาศัยความจำและประสบการณ์ ในการใช้ภาษา เป็นเวลานานจึงจะสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง
หลักการใช้ article นำหน้านาม คือ
เมื่อกล่าวเป็นการทั่วไปนามนับได้เอกพจน์ จะต้องมี a หรือ an นำหน้าเสมอ
นามพหูพจน์และนามนับไม่ได้ ไม่ต้องมี article ใดๆ
เมื่อกล่าวเป็นการชี้เฉพาะจะต้องใช้ the นำหน้าเสมอไม่ว่าจะเป็นนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ เป็นนามนับได้หรือไม่ได้
Articles แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
  • Indefinite Article ได้แก่   และ an ใช้นำหน้านามนับได้ ( Countable Nouns ) เอกพจน์ทั่วๆไป ( Singular )
  • Definite Article ได้แก่  the  ซึ่งใช้นำหน้าคำนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ทั้งรูปเอกพจน์ Singular ) และพหูพจน์ ( Plural ) เพื่อให้นามนั้นมีความหมายเฉพาะเจาะจง
การใช้ Indefinite Article : a, an
1. ใช้ a นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและมีความหมายทั่วไปในความหมาย หนึ่ง โดยไม่ต้องการเน้นจำนวน เช่น   a woman, a dog, a dentist, a newspaper, a city , a book , a shop  เช่น
He is reading a newspaper.  เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์
2. ใช้ an นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ขึ้นต้นด้วยสระ และมีความหมายทั่วไป เช่น an orange, an umbrella, an hour, an article
It's raining.You will need an umbrella .ฝนกำลังตก คุณจะต้องมีร่มกันฝน.
หมายเหตุ
  • ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นขึ้นต้นด้วยสระ   แต่ว่าออกเสียงเป็นพยัญชนะ ให้ใช้ a   เช่น a uniform, a university, a European, a eucalyptus ( ต้นยูคาลิบตัส ), a utensil, a union, a useful, a unit
  • ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นมีคุณศัพท์นำหน้าขยาย   ให้ดูดังนี้
       -หากคำคุณศัพท์นั้นขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะก็ให้ใช้ a  เช่น  a sweet orange, a big umbrella
       -หากขึ้นต้นด้วย เสียงสระให้ใช้ an เช่น   an old city, an ugly woman  เป็นต้น
  • ถ้าคำนามนั้นขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ แต่ออกเสียงเป็นสระ   หรือมี adjective ที่ขึ้นต้นด้วยสระมาขยายข้างหน้านามนั้นให้ใช้ an เช่น
       -ออกเสียงเป็นสระ เช่น an hour, an heir, an honor
       -มีคุณศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ เช่น an important person
3. ใช้ a, an นำหน้านามเอกพจน์ เมื่อกล่าวถึงคำนามนั้นเป็นครั้งแรก เช่น
There is a shop on the corner.   มีร้านอยู่ 1 ร้านที่หัวมุม ( ใช้ a เพราะเป็นการพูดถึงครั้งแรก )
4. ใช้ a, an แทนพวก กลุ่ม หมู่เหล่า เช่น
A cow is an animal. วัวเป็นสัตว์ขนิดหนึ่ง
= Cows are animals.วัวเป็นสัตว์ 
An owl can see in the dark. นกเค้าแมวมองเห็นได้ในความมืด
5. ใช้ a, an ในการบอกอัตราต่อ 1 หน่วย ( per ) เช่น
She runs three miles a day. เธอวิ่งวันละ 10 ไมล์ ( เป็นกิจวัตร )
I go to the cinema about once month. 
ฉันไปดูภาพยนต์ประมาณเดือนละครั้ง
6. ใช้ a, an หน้าชื่อเฉพาะของผู้มีชื่อเสียงที่รู้จักทั่วไป เพราะมีคุณสมบัติ ความสามารถ หรืออุปนิสัยเหมือนผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบ
He is an Einstein. เขาเป็นคนฉลาดเหมือนไอน์สไตน์
He is a Soontorn Poo of our school.  เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่ง ( เหมือนสุนทรภู่) ของโรงเรียนเรา
     หมายเหตุ แต่ถ้าใช้ the แทน a หมายความว่าคนเช่นนั้นมีคนเดียว
He is the Soontorn Poo of our school.  เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่งของโรงเรียนเรา ( เพียงคนเดียว)
He is the Khun Phaen of our family.  เขาเป็นคนเจ้าชู้( เหมือนขุนแผน)คนเดียวในครอบครัวเรา
7. ใช้ a, an นำหน้าคำนามที่เป็นสำนวนในประโยคอุทาน เช่น
What a pity !น่าสงสารจัง
What a shame ! น่าอายจัง !
8. ใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่กล่าวถึงการเป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา
My father is a teacher.  อาชีพ
Robert is an American.  เชื้อชาติ
John is a Catholic.   ศาสนา
9. ใช้ a, an แทนจำนวน หนึ่งหน้าคำนามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการนับจำนวนหรือแสดงจำนวนมาก
a dozen of eggs.ไข่จำนวน 1 โหล
a gross of pensปากกาจำนวน 12 โหล
a lot of peopleประชาชนจำนวนมาก
a number of friendsเพื่อนจำนวนมาก
10. ใช้ a, an นำหน้านามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย  โครงสร้างคือ have + a+ อาการเจ็บป่วย
have a headache ( ปวดหัว )have a pain in the chest ( เจ็บหน้าอก )
have a stomachache ( ปวดท้อง )have a cold ( เป็นหวัด )
have a toothache ( ไม่มี a ก็ได้ ) ( ปวดฟัน )have a fever ( เป็นไข้ )
ยกเว้นถ้าเป็นชื่อโรค ไม่ใช้ a, an เช่น
rheumatism( โรคปวดข้อ )diabetes ( เบาหวาน )
influenza (ไข้หวัดใหญ )่cancer ( มะเร็ง )
เช่น
He had an itch in the middle of his back .เขามีอาการคันที่กลางหลัง
He had a pain in the neck.  เขามีอาการปวดคอ
She is suffering from rheumatism.  เธอกำลังทุกข์ทรมานด้วยโรคปวดข้อ
11. ใช้ a,an ในสำนวนที่มีคำต่อไปนี้นำหน้าคือ    such, quite, rather, many
We didn't expect such a hot day.  เราไม่ได้คาดว่ามันจะเป็นวันที่อากาศร้อนเช่นนี้
He is quite a good boy. เขาเป็นเด็กดีทีดียว
It was rather a short trip. มันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างสั้น
Many a place in Thailand impressed them. สถานที่หลายแห่งในประเทศไทยประทับใจพวกเขามาก
12. ใช้ a, an หลังโครงสร้างต่อไปนี้
so + adjective+a + นามนับได้ เอกพจน์ ( such a+ นาม ) เช่น
      We didn't expect so great a crowd.  .เราไม่คาดคิดว่าจะมีคนมากมายอย่างนี้

too + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์
      This is too hard a job for him.  นี่เป็นงานหนักเกินไปสำหรับเขา

however + adjective + a + นามนับได้เอกพจน
      
However nice a girl she is, he never like her. ไม่ว่าเธอจะเป็นคนน่ารักอย่างเขาก็ไม่ชอบเธอ
as + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์+ as
      
She is as good a student as you are.เธอเป็นนักเรียนที่ดีเช่นเดียวกับคุณ
13. สำนวนในภาษาอังกฤษที่ใช้ a,an
all of a suddenทันใดนั้นin a hurry/rushอย่างเร่งรีบ
as a matter of factอันที่จริงแล้วin a good/bad moodอารมณ์ดี/เสีย
as a ruleตามปกติ โดยทั่วไปkeep an eye onเฝ้าดู
do a favorช่วยเหลือmake a decisionตัดสินใจ
earn a livingหาเลี้ยงชีพmake a livingหาเลี้ยงชีพ
give an ideaให้ความคิดmake a mistakeทำผิด
go for a walkเดินเล่นmake noiseทำเสียงดัง
go for rideนั่งรถเล่นmake a speechกล่าวสุนทรพจน์
have a good timeสนุกสนานmake a wishอธิษฐาน
have a hair cutตัดผมmake a fool ofทำให้ขายหน้า
it's a shameน่าขายหน้าmake a requestขอร้อง
it's a pity thatน่าเสียดาย,น่าสงสารtell a lie, tell liesโกหก
take a tripเดินทางtake look atมอง ดู
take a pictureถ่ายรูปkeep secretเก็บเป็นความลับ
take a seatนั่งin position toอยู่ในฐานะที่จะ
with a view toเพื่อจะทำให้on large scaleอย่างมาก
on an/the averageโดยเฉลี่ยmake a remarkให้ข้อสังเกต
couple ofสองสามplay a joke onล้อเล่น
การใช้ a/an และ one
ที่ผ่านมาเป็นการใช้ a/an กับนามนับได้ในความหมายของสิ่งเดียว ( singular ) บางครั้งที่เราต้องการเน้นตัวเลข สามารถใช้ one กับนามนับได้เอกพจน์ เช่น
We'll be in Australia for one ( or a ) year. เราจะอยู่ในออสเตรเลีย 1 ปี
She scored one ( or a ) hundred and eighty points.  เธอได้คะแนน 168 คะแนน
จะใช้ one เท่านั้นเมื่อ
  • ต้องการที่จะเน้นว่าสิ่งที่กล่าวถึง มี/เป็น เพียง 1 ไม่ใช่ 2,3,4...... เช่น
    Do you want one sandwich or two? คุณต้องการแซนด์วิช 1 หรือ 2 อัน
    Are you staying just one night ? คุณจะพักค้างคืนวันเดียวหรือ
  • ใช้ one ในรูปแบบ one ...other / another เช่น
    Close one eye, and then the other. ปิดตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงปิดอีกข้าง
    Bees carry pollen from one plant to another. ผึ้งนำเกสรดอกไม้จากต้นหนึ่งไปอีกต้น


widgets

1.4.3 Adjectives (การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์)

Adjectives
การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ( Comparison of Adjectives )

ขอขอบคุณข้อมูล จาก  http://ict.moph.go.th


การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ( Comparison of Adjectives ) เป็นการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ที่ไปแสดงคุณภาพของนามเพื่อจะบอกให้รู้ว่านามนั้นมีลักษณะ เท่าเทียมกันหรือไม่ อย่างไร แบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ
  • การเปรียบเทียบขั้นปกติ ( Positive Degree ) ใช้เปรียบเทียบความเท่าเทียมกัน ไม่เท่าเทียมกัน เช่น long, short, small , big , fast, slow เป็นต้น
  • การเปรียบเทียบขั้นกว่า ( Comparative Degree ) ใช้เปรียบเทียบกับนาม 2 จำนวน เช่น longer, shorter, smaller, bigger , faster, slower เป็นต้น
  • การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด ( Superlative Degree ) ใช้เปรียบเทียบกับนามที่มีจำนวนตั้งแต่ 3 ขึ้นไป เช่น longest, shortest, smallest, biggest เป็นต้น
 1. การเปรียบเทียบขั้นปกติ ( Positive Degree ) มีตัวเชื่อมหลายรูปแบบดังต่อไปนี้
  • รูปแบบ as+ คุณศัพท์ขั้นปกติ ( positive degree) + as แสดงความ เท่าเทียมกัน เช่นThis pencil is as long as that one.   ดินสอแท่งนี้ยาวเท่าๆกับแท่งนั้น
  • รูปแบบ as + much หรือ many + นาม + as แสดงความเท่าเทียมกัน เช่นI have as much money as you. ฉันมีเงินมากเท่าๆกับคุณ
    I have as many books as you. ฉันมีหนังสือมากเท่าๆกับคุณ
  • รูปแบบ the same +นาม + as แสดงความเท่าเทียมกัน เช่นMalee is the same age as มาลีมีอายุเท่ากับลัดดา
    แต่ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ ให้ตัด as ออกได้เลย เช่น
    Malee and Ladda are the same age. มาลีและลัดดาอายุเท่ากัน
  • รูปแบบ Verb to be + like แปลว่าเหมือนกัน เป็นคำเชื่อมแสดงความเท่าเทียมกัน แต่ถ้าประธานเป็น พหูพจน์ ให้ใช้ verb to be + alike เช่นShe is like her father. เธอเหมือนกับพ่อของเธอ
    Your car and mine are alike. รถยนต์ของคุณและของฉันเหมือนกัน
  • รูปแบบ verb to be + similar to + นาม แปลว่า เหมือนกัน คล้ายกัน เป็นคำเชื่อมแสดงความเท่าเทียมกัน เช่นYour bag is similar to mine. ถุงของเธอคล้ายกับถุงของฉัน
  • กรณีต้องการเปรียบเทียบความไม่เท่ากันมีรูปแบบดังนี้not so + คุณศัพท์ขั้นปกติ + as หรือ not as + คุณศัพท์ขั้นปกติ + as เช่น
    This road is not so long as that one. ถนนเส้นนี้ไม่ยาวเท่าเส้นนั้น หรือ 
    This road is not as long as that one.

    not as + much/many + นาม + as    เช่น
    I don’t have so much money as you . ฉันไม่มีเงินมากเท่าคุณ หรือdon’t have as much money as you.
 2. การเปรียบเทียบขั้นกว่า ( Comparative Degree )
  • การเปรียบเทียบที่สูงกว่า   แสดงในรูป  คุณศัพท์ขั้นกว่า + than   เช่นThis road is longer than that one. ถนนเส้นนี้ยาวกว่าเส้นนั้น 
    You are taller than me. หรือ You are taller than I am. เธอสูงกว่าฉัน
  • การเปรียบเทียบที่ต่ำกว่ากัน แสดงในรูป less + positive degree + than  เช่นMalee is less careful than Somchai. มาลีเป็นคนที่รอบคอบน้อยกว่าสมชาย 
    It is less hot today than it was yesterday. วันนี้อากาศร้อนกว่าเมื่อวานนี้
  • เมื่อนำคุณศัพท์ขั้นกว่ามาใช้เปรียบเทียบกับคำนาม ( noun ) ด้วยกัน  ให้ใช้รูปแบบดังนี้fewer + นามพหูพจน์นับได้ + than = น้อยกว่า 
    less + นามนับไม่ได้ + than = น้อยกว่า
     
    more + นามพหูพจน์นับได้, นามนับไม่ได้ + than = มากกว่า    เช่น

    There are fewer students in this room than in that room. มีนักเรียนในห้องนี้น้อยกว่าในห้องนั้น
    I spent less money than you. ฉันใช้จ่ายเงินน้อยกว่าคุณ
    There are more students in this room than in that room. มีนักเรียนในห้องนี้ มากกว่าในห้องนั้น
    My mother have more money than my father. แม่ของฉันมีเงินมากกว่าพ่อ
หมายเหตุ   ในกรณีที่ than ทำหน้าที่เป็น conjunction    สรรพนาม ( pronoun )ที่ตามหลัง than ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธาน ต้องมี verb ตามด้วย ดังนี้
    She eats less than do.
     เธอเป็นคนกินน้อยกว่าฉัน
    than ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม 2 อนุประโยค ( clause) เข้าด้วยกัน  คือ
    She eats less เป็น main clause
    I do เป็น subordinate clause 
    โดย ทำหน้าที่ประธานของประโยคที่ 2 มี verb do ตาม
    than I do เป็น adverbial clause of comparison
ในกรณีที่ than ทำหน้าที่เป็น preposition    pronoun ที่ตามหลัง than ทำหน้าที่เป็น object ไม่ต้องมี verb ตามดังนี้
    She eats less than me.
    เธอเป็นคนกินน้อยกว่าฉัน
    than ทำหน้าที่เป็น preposition  ดังนั้น pronounที่ตามหลัง
    than อยู่ในรูป ของกรรม ( object ) คือ me จึงไม่ต้องมี verb ตาม
โดยทั่วไปใช้ได้และมีความหมายไม่ต่างกันทั้งสองกรณี
 3. การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด ( Superlative Degree ) รูปแบบมีดังนี้  the + คุณศัพท์ขั้นสูงสุด + นาม
What is the longest river in the world? แม่น้ำอะไรยาวที่สุดในโลก 
My eldest son is 16 years old. ลูกชายคนโตของฉันอายุ 16 ปี
Jane is my best friend. เจนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน
 
     ( ถ้ามี possessive adjective อยู่หน้าคุณศัพท์ขั้นสูงสุดแล้ว ไม่ต้องใช้ the )


widgeo.net

1.4.2 Adjectives (การทำให้เป็นคำคุณศัพท์ )

                            Adjectives 
                              Formation (การทำให้เป็นคำคุณศัพท์ )
                                      ขอขอบคุณข้อมูล จาก  http://ict.moph.go.th/English/content/adj03_kind.htm



คำคุณศัพท์นอกจากเป็นด้วยตัวของมันเองแล้ว ยังสามารถนำชนิดของคำอื่นมาทำให้เป็นคำคุณศัพท์ได้ด้วย เช่น
1. คำคุณศัพท์ที่มาจากคำนามโดยการเติม Suffix ท้ายคำเช่น
คำนาม
คำคุณศัพท์
educationการศึกษาeducationalเกี่ยวกับการศึกษา
goldทองgoldenทำด้วยทอง
foolความโง่foolishอย่างโง่ๆ
careระมัดระวังcarelessไม่ระมัดระวัง
friendเพื่อนfriendlyเป็นเพื่อน
dangerอันตรายdangerousเป็นอันตราย
troubleยุ่งยากtroublesomeความยุ่งยาก
dustฝุ่นdustyเต็มไปด้วยฝุ่น
2. คำคุณศัพท์ที่มาจากคำกริยา ( Verb) โดยการเติม suffix ท้ายคำ เช่น
คำกริยา
คำคุณศัพท์
talkพูดtalkativeช่างพูด
sleepหลับsleepyง่วงนอน
differแตกต่างdifferentความแตกต่าง
acceptยอมรับacceptableเป็นที่ยอมรับได้
washซักwashableซักได้

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More